สรุปย่อ
Axelar กำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่องด้วยเป้าหมายสำคัญดังนี้:
- ปรับปรุงระบบคิดค่าธรรมเนียมแก๊ส (2024) – เปลี่ยนจากการประมาณค่าธรรมเนียมเป็นการคิดค่าธรรมเนียมที่แม่นยำ เพื่อให้การทำธุรกรรมข้ามเครือข่ายง่ายขึ้นสำหรับผู้ใช้
- เปิดตัว Interchain Amplifier (2024) – อนุญาตให้เชื่อมต่อบล็อกเชนใหม่ ๆ ได้โดยไม่ต้องขออนุญาต เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของเครือข่ายอย่างรวดเร็ว
- กลไกการเผาแก๊ส AXL (2024) – เสนอให้เผาค่าธรรมเนียมธุรกรรม ซึ่งอาจทำให้เครือข่ายมีลักษณะเงินฝืด (deflationary)
- ขยายการเชื่อมต่อกับบล็อกเชนที่ใช้กลไกฉันทามติหลากหลาย (2024–2025) – รวม Solana, Stellar, Aptos และ Sui เพื่อเชื่อมโยงระบบนิเวศขนาดใหญ่เพิ่มเติม
รายละเอียดเชิงลึก
1. ปรับปรุงระบบคิดค่าธรรมเนียมแก๊ส (2024)
ภาพรวม: โครงการสำคัญในปี 2024 คือการพัฒนาบริการแก๊สของ Axelar ปัจจุบันผู้ใช้มักจ่ายค่าธรรมเนียมข้ามเครือข่ายเกินจริงและได้รับเงินคืน ระบบใหม่จะเสนอค่าธรรมเนียมที่แม่นยำ ลดความยุ่งยากและไม่ต้องคืนเงิน ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากการปรับปรุงบริการ Executor เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือในการส่งข้อความ General Message Passing (GMP) (Axelar Blog)
ความหมาย: เป็นข่าวดีสำหรับ AXL เพราะช่วยให้ผู้ใช้ทำธุรกรรมข้ามเครือข่ายได้ง่ายขึ้น ลดความซับซ้อนและเพิ่มความน่าใช้ ส่งผลให้มีการใช้งานเครือข่ายและความต้องการใช้ AXL ในการจ่ายค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้น
2. เปิดตัว Interchain Amplifier (2024)
ภาพรวม: Interchain Amplifier เป็นส่วนหนึ่งของ Axelar Virtual Machine (AVM) ที่อนุญาตให้ใครก็ได้เชื่อมต่อบล็อกเชนใหม่กับเครือข่าย Axelar ผ่านสมาร์ตคอนแทรกต์โดยไม่ต้องขออนุญาต วิธีนี้ไม่ต้องสร้างโซนเศรษฐกิจแยกต่างหาก และใช้ผู้ตรวจสอบที่ได้รับการอนุมัติจากการกำกับดูแล ช่วยเพิ่มขีดความสามารถของเครือข่ายอย่างรวดเร็ว (Axelar Blog)
ความหมาย: เป็นข่าวดีสำหรับ AXL เพราะช่วยให้การขยายเครือข่ายเป็นไปอย่างเสรีและรวดเร็ว อาจเชื่อมต่อกับ Ethereum L2s และระบบนิเวศอื่น ๆ ได้หลายร้อยเครือข่าย เพิ่มเส้นทางและจำนวนธุรกรรม ส่งผลให้ความต้องการใช้โทเค็น AXL เพิ่มขึ้น
3. กลไกการเผาแก๊ส AXL (2024)
ภาพรวม: Axelar Foundation เสนอแนวคิดใหม่ในการจัดการโทเค็น โดยจะส่งค่าธรรมเนียมธุรกรรม AXL ไปยังที่อยู่สำหรับเผาแทนการแจกจ่ายให้ผู้ถือโทเค็น กลไกนี้จะถูกเสนอในที่ประชุมกำกับดูแลในปี 2024 หากได้รับการอนุมัติและปริมาณธุรกรรมเพิ่มขึ้น อาจช่วยลดจำนวนโทเค็นในระบบและทำให้เครือข่ายมีลักษณะเงินฝืด (Axelar Blog)
ความหมาย: เป็นข่าวดีสำหรับ AXL เพราะการลดจำนวนโทเค็นควบคู่กับความต้องการที่เพิ่มขึ้น จะสร้างโมเดลเศรษฐกิจที่ดีสำหรับผู้ถือโทเค็น ความเสี่ยงหลักคือข้อเสนอนี้ต้องผ่านการอนุมัติจากชุมชน
4. ขยายการเชื่อมต่อกับบล็อกเชนที่ใช้กลไกฉันทามติหลากหลาย (2024–2025)
ภาพรวม: แผนงานของ Axelar รวมถึงการเชื่อมต่อกับบล็อกเชนที่ใช้กลไกฉันทามติแตกต่างจาก EVM และ Cosmos เช่น Solana, Stellar และบล็อกเชนที่ใช้ Move อย่าง Aptos และ Sui (ChartNerdTA, Axelar Blog) โดยการเชื่อมต่อ Solana mainnet ได้เข้าสู่สถานะพร้อมใช้งานในเดือนมิถุนายน 2026 (CoinMarketCap)
ความหมาย: เป็นข่าวดีสำหรับ AXL เพราะการเชื่อมต่อระบบนิเวศหลักใหม่ ๆ จะขยายตลาดและการใช้งานของ Axelar ทำให้ AXL กลายเป็นโทเค็นพื้นฐานสำหรับการเคลื่อนย้ายสภาพคล่องในวงการคริปโต ตั้งแต่ EVM ไปจนถึง Solana และ Stellar
สรุป
แผนงานระยะสั้นของ Axelar มุ่งเน้นการปรับปรุงประสบการณ์ผู้ใช้และการขยายเครือข่ายแบบไม่ต้องขออนุญาต ส่วนวิสัยทัศน์ระยะยาวคือการเป็นชั้นเชื่อมต่อสากลสำหรับระบบนิเวศบล็อกเชนหลักทั้งหมด การเปลี่ยนแปลงโทเค็นโนมิกส์ที่เสนออาจเสริมสร้างโมเดลเศรษฐกิจของเครือข่ายอย่างมีนัยสำคัญ หากปริมาณการใช้งานเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว คำถามสำคัญคือการนำไปใช้ของนักพัฒนาบนเครือข่ายใหม่ ๆ เช่น Solana และ Stellar จะเกิดขึ้นเร็วแค่ไหน เพื่อขับเคลื่อนกิจกรรมเครือข่ายและทำให้เกิดเงินฝืดในระบบได้จริงหรือไม่