สรุปย่อ
การอัปเดตโค้ดหลักล่าสุดของ Avalanche คือการอัปเกรดเครือข่าย Granite
- Granite Upgrade (พฤศจิกายน 2025) – เพิ่มความเร็วบล็อก, ระบบล็อกอินด้วยข้อมูลชีวมิติ และปรับปรุงความเสถียรของเครือข่าย
- กิจกรรมของนักพัฒนาเพิ่มขึ้นอย่างมาก (ต้นปี 2026) – การเปิดตัวสมาร์ทคอนแทรกต์เพิ่มขึ้นสามเท่า แสดงถึงการเติบโตของการพัฒนาอย่างแข็งแกร่ง
- Avalanche9000 Foundation (ธันวาคม 2024) – ลดต้นทุนการสร้างบล็อกเชนแบบกำหนดเองอย่างมาก
รายละเอียดเชิงลึก
1. Granite Upgrade (พฤศจิกายน 2025)
ภาพรวม: การอัปเกรดนี้ถือเป็นการปรับปรุงเครือข่ายครั้งใหญ่ที่สุดของ Avalanche ในปี 2025 โดยมุ่งเน้นที่การเพิ่มความเร็ว ความปลอดภัย และประสบการณ์ของนักพัฒนา เปิดใช้งานบน mainnet เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2025
การอัปเกรดนี้มีการปรับปรุงหลัก 3 อย่าง ได้แก่ การตั้งค่าระยะเวลาบล็อกขั้นต่ำแบบไดนามิก ทำให้ผู้ตรวจสอบ (validators) สามารถปรับความเร็วในการสร้างบล็อกได้เร็วขึ้นจนถึงระดับยืนยันผลภายในเสี้ยววินาที, การรองรับเส้นโค้งเข้ารหัส secp256r1 (ที่ใช้ใน FaceID และ TouchID ของ Apple) ช่วยให้ผู้ใช้ล็อกอินแอปแบบไม่ต้องใช้รหัสผ่านโดยตรงจากอุปกรณ์ และการปรับเสถียรภาพของกลุ่มผู้ตรวจสอบในช่วงเวลาสั้น ๆ 5–10 นาที เพื่อลดความผิดพลาดในการส่งข้อความข้ามเชนและลดค่าแก๊สสำหรับแอปที่ใช้หลายเชน
ความหมาย: นี่เป็นข่าวดีสำหรับ AVAX เพราะทำให้เครือข่ายเร็วขึ้นและใช้งานง่ายขึ้น ผู้ใช้ทั่วไปสามารถล็อกอินแอปด้วยลายนิ้วมือได้ทันที ส่วนผู้พัฒนาจะได้สภาพแวดล้อมที่เสถียรและประหยัดต้นทุนสำหรับการสร้างโปรเจกต์ที่ซับซ้อน การปรับปรุงทางเทคนิคเหล่านี้ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้ Avalanche ในการดึงดูดองค์กรและสถาบันต่าง ๆ
(Coinspeaker)
2. กิจกรรมของนักพัฒนาเพิ่มขึ้นอย่างมาก (ต้นปี 2026)
ภาพรวม: แม้ไม่ใช่การอัปเดตโค้ดครั้งเดียว แต่การเติบโตของจำนวนสมาร์ทคอนแทรกต์ที่ถูกเปิดตัวบน Avalanche เพิ่มขึ้นมากกว่า 3 เท่าภายในปีที่ผ่านมา จนถึงต้นปี 2026
การเพิ่มขึ้นนี้แสดงให้เห็นว่านักพัฒนากำลังก้าวจากการทดลองไปสู่การเปิดใช้งานและพัฒนาแอปจริงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสะท้อนความเชื่อมั่นในเครื่องมือและโครงสร้าง subnet ของ Avalanche ว่าเป็นฐานที่มั่นคงสำหรับการสร้างโปรเจกต์ที่จริงจัง
ความหมาย: นี่เป็นสัญญาณบวกสำหรับ AVAX เพราะฐานนักพัฒนาที่เพิ่มขึ้นหมายถึงแอปพลิเคชันและการใช้งานบนเครือข่ายที่มากขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการเติบโตของระบบนิเวศและความต้องการโทเค็นในระยะยาว
(Paragon0x)
3. Avalanche9000 Foundation (ธันวาคม 2024)
ภาพรวม: การอัปเกรดครั้งนี้วางรากฐานสำคัญสำหรับการเติบโตของ Avalanche ด้วยการเปลี่ยนโมเดลเศรษฐกิจของการสร้างบล็อกเชนแบบกำหนดเอง (subnets)
การอัปเกรดนี้ลดต้นทุนการเปิดตัว subnet ลงถึง 99.9% พร้อมตั้งเพดานสูงสุดของโทเค็น AVAX ที่ 720 ล้านโทเค็น และกำหนดให้ค่าธรรมเนียมธุรกรรมทั้งหมดถูกเผาทำลาย (burn) สร้างแรงกดดันให้โทเค็นมีความขาดแคลนมากขึ้นตามการใช้งานเครือข่ายที่เพิ่มขึ้น
ความหมาย: นี่เป็นปัจจัยบวกเชิงโครงสร้างสำหรับ AVAX เพราะทำให้การเปิดตัวโปรเจกต์ขนาดใหญ่และองค์กรต่าง ๆ บน Avalanche มีต้นทุนต่ำลงมาก ช่วยเร่งการยอมรับจากสถาบันในช่วงปี 2025-2026 และกลไกการเผาโทเค็นช่วยเพิ่มมูลค่าโทเค็นตามการใช้งานเครือข่าย
(Toobit)
สรุป
เส้นทางการพัฒนาของ Avalanche มุ่งเน้นที่การอัปเกรดอย่างเป็นระบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และปรับปรุงประสบการณ์ผู้ใช้ พร้อมดึงดูดนักพัฒนาระดับองค์กรและสถาบัน เครือข่ายกำลังเปลี่ยนจาก L1 ที่เน้นความเร็วสูงไปสู่แพลตฟอร์มที่เหมาะกับแอปพลิเคชันระดับองค์กรและสถาบัน การอัปเกรดครั้งต่อไปจะช่วยให้การนำไปใช้ในวงกว้างง่ายขึ้นอย่างไร? นั่นคือสิ่งที่ต้องจับตามองต่อไป